ถ้ำหินงอกหินย้อย วัดพายัพ อารามหลวง
สิ่งมหัศจรรย์ แหล่งท่องเที่ยวภายในวัดพายัพ ถ้ำหินงอก หินย้อย สร้างเมื่อปี ๒๕๓๓ โดย พระราชวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดพายัพ ได้ไปหาหินลูกนิมิตขนาดใหญ่ หินประดับสวน และหินอ่อนปูพระอุโบสถ ไปพบหินงอกหินย้อยที่คนงานระเบิดภูเขานำมาตั้งโชว์ไว้หน้าบ้าน
อยู่ที่บ้านเขาวง ต.หน้าพระลาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี สอบถามชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ได้เก็บหินเหล่านี้มาจากบริเวณระเบิดหินภูเขา ซึ่งรัฐบาลให้สัมปทานแก่บริษัทโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ พวกเขาเป็นคนงานเจาะรูฝังไดนาไมค์ระเบิดหินที่ภูเขามาหลาย ๑๐ ปีแล้ว และยังทำอยู่ปัจจุบัน
เมื่อระเบิดเปิดหน้าเขาออก บางครั้งก็พบโพรงถ้ำ ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงามจำนวนมาก
หินเหล่านี้เป็นสมบัติอันล้ำค่าทางธรรมชาติที่หาดูยากอย่างยิ่ง ได้ถูกระเบิดทำลายแตกหักเสียหายไปหมด น่าเสียดายอย่างยิ่ง เมื่อคนงานระเบิดหินแล้วคัดเอาหินไปทำปูนซีเมนต์ หินงอกหินย้อยสีต่างๆ ที่ถูกระเบิดออกแตกหักเสียหายใช้ทำอะไรไม่ได้
โรงงานก็ไถทิ้งลงเหวหรือถมทิ้ง เก็บไว้ก็ไม่มีคนซื้อ หินงอกหินย้อยเหล่านี้จึงถูกทำลายทิ้งไป ทั้งๆ ที่เป็นหินมีความสวยงาม มีรูปร่างสีสันวิจิตรพิสดารตามธรรมชาติ เป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดิน ควรที่จะเก็บรักษาไว้ แต่ไม่มีใครเห็นคุณค่าเก็บรักษา และถูกทำลายทิ้งไป เห็นแล้วก็รู้สึก เสียดาย จึงได้สอบถามคนงานว่าหินเหล่านี้มีมากแค่ไหน คนงานเล่าว่าเมื่อระเบิดไปก็เจอเรื่อยๆ
แสดงว่ามีหินย้อยอีกจำนวนมากที่จะต้องถูกระเบิดทำลายทุกวัน
ตราบใดที่ประเทศไทยยังทำปูนซีเมนต์ด้วยหินปูน ภูเขาก็จะต้องถูกระเบิดต่อไปจนหมดแน่ ถ้าหากมีผู้คิดจะเอาหินงอกหินย้อยเหล่านี้ไปสร้างถ้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่ก็ น่าจะทำได้ และเมื่อไม่มีผู้เก็บรักษา ไม่มีหน่วยงานของรัฐช่วยดูแล วัดพายัพจึงคิดสร้างถ้ำขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก
เพื่อเก็บรักษาหินงอกหินย้อยเหล่านี้ไว้ให้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผู้แสวงบุญ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้มาเที่ยวชม มาทัศนศึกษา ดังนั้น พระราชวิมลโมลี จึงได้สร้างกุฏิวายุภักษ์ที่ทำงานของเจ้าอาวาสขึ้น และออกแบบชั้นล่างให้เป็นถ้ำหินงอกหินย้อย โดยออกแบบเขียนแปลนคำนวณให้สามารถรับน้ำหนักหินได้ และควบคุมการก่อสร้างเองทุกขั้นตอน
พร้อมกับขอซื้อหินงอกหินย้อยจากคนงานระเบิดเขา ที่บ้านเขาวง ต. หน้าพระลาน อ.พระพุทธบาท จ. สระบุรี
เมื่อได้หินมาแล้วก็ทำการคัดแยกกลุ่มหิน ประเภทสีของหิน เพื่อจัดหินให้เข้ากันได้ ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำมะกรูด ใช้สว่านเจาะแกลนหินทุกก้อน แล้วใส่กาว บราโว่ จากประเทศอิตาลี ฝังเหล็กขนาด ๒-๓ หุนเข้าไปในแกลนกลางหิน ถ้ำหินงอก หินย้อยตาม จำนวนขนาดน้ำหนักของหิน เมื่อแห้งแล้วก็ใช้แรงคนงาน พระภิกษุสามเณร ช่วยกันยกติดตั้ง เกาะแขวนห้อยติดกับเพดานซึ่งออกแบบไว้เพื่อรับน้ำหนักหินโดยเฉพาะ โดยเทพื้นเพดานด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แล้วเสียบห้อยเหล็กลงมาไว้ เพื่อให้สามารถยกหินขึ้นห้อยแขวนติดตั้ง เชื่อมด้วยไฟฟ้า แล้วอุดปูนซีเมนต์เสริมแซมแต่งรอยต่อด้วยหินก้อนเล็กๆ จนเต็มพื้นที่ ทั้งเสา เพดาน ฝาผนัง
แต่งฐานแท่นที่ตั้งองค์พระพุทธรูปโบราณ และคัดเลือกหินที่เป็นคริสตัล เป็นแก้วสีใสที่มีความสวยงามพิเศษส่วนหนึ่งใส่ไว้ในตู้กระจก ไว้ให้ดูได้อย่างใกล้ชิด
ขนาดพื้นที่ถ้ำ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สูง ๓ เมตร เป็นกุฏิทรงไทย ๒ ชั้นครึ่ง ชั้นบนเป็นที่ทำงานของเจ้าอาวาส สร้างปี ๒๕๓๓ เสร็จปี ๒๕๓๖ รวมมูลค่าก่อสร้างทั้งหลัง จำนวน ๔,๗๓๐,๐๐๐ บาท
เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เสด็จเยี่ยมชมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ภายในถ้ำแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับมอบและอัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย-เนปาล และที่เป็นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปโบราณ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จำนวนหลายองค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินทราย ศิลปะทวารวดี ลพบุรี อายุกว่า ๓๐๐ ปี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมอยู่ในพระอุโบสถหลังเก่าวัดพายัพ เปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ มาเที่ยวชม นมัสการ ทำบุญไหว้พระ หรือมาถวายสังฆทาน เจริญสมาธิภาวนา และใช้เป็นห้องอบรมศีลธรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกระดับ และประชาชนทั่วไป ทุกวัน
ถ้ำหินงอกหินย้อยวัดพายัพแห่งนี้ บัดนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ภาคภูมิใจของชาวโคราชอีกแห่งหนึ่ง มีคนจากทั่วโลกมาเที่ยวชม การเดินทางไปมาสะดวก อยู่ติดบริเวณอนุสรณ์สถานท่านท้าวสุรนารี รถเมล์ทุกสายผ่านหน้าวัดพายัพ ไม่เสียค่าเข้าชมใดๆ แล้วท่านจะทำบุญ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แวะไปเยี่ยมชม ทำบุญไหว้พระ ถวายสังฆทาน เจริญสมาธิ สนทนาธรรม อบรมธรรมะ ได้ทุกวัน
