ประวัติวัดพายัพ พระอารามหลวง

วัดพายัพ ถนนชุมพล ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทร. ๐๔๔-๒๕๓๗๑๒, ๒๔๑๕๒๕

๑. ประวัติความเป็นมาของวัดพายัพ

สถานที่ตั้งวัด ตั้งอยู่เลขที่ ๓๐๘ ถนนชุมพล ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ภาค ๑๑ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๒๒๐ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๒๔๐ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๒๙ เมตร และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙ กว้าง ๔๒ เมตร ยาว ๖๖ เมตร

วัดพายัพ (พระอารามหลวง) เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองเก่าอยู่ทางด้านทิศพายัพของเสาหลักเมืองจึงตั้ง ชื่อว่า “วัดพายัพ” โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนครราชสีมา ซึ่งในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงครองราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงเลือกสถานที่ในการสร้างเมืองนครราชสีมา ทรงโปรดฯให้ช่างชาวฝรั่งเศสเขียนแปลนก่อสร้างเป็นรูปเหลี่ยม พื้นที่เมืองเก่าของนครราชสีมามีเนื้อที่ ๑,๐๐๐ ไร่ โดยการออกแบบให้มีคูคลองน้ำล้อมรอบเพื่อป้องกันข้าศึก มีกำแพงและประตูเมือง ๔ ประตู คือ ประตูชุมพล ประตูพลแสน ประตูพลล้าน และประตูไชยณรงค์ (หรือประตูผี) ภายในกำแพงเมืองเก่าได้ทรงให้สร้างวัดขึ้นจำนวน ๖ วัด คือ วัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลางนคร), วัดบึง, วัดพายัพ, วัดอิสาน, วัดบูรพ์, และวัดสระแก้ว

พระอุโบสถ ลักษณะทรงเรือสำเภา ศิลปะอยุธยา เป็นพระอุโบสถก่ออิฐถือปูนหลังคาไม้ อายุกว่า ๓๐๐ ปี มีลูกนิมิตเป็นใบเสมาคู่รอบพระอุโบสถเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ส่วนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพายัพเป็นมาอย่างไรไม่ทราบประวัติ พระอุโบสถหลังเก่านี้ได้ชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถบูรณะซ่อมแซมได้ ทางวัดจึงได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทน โดยมีลักษณะทรงเรือสำเภาอยุธยาเช่นเดิม โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับหินอ่อน-หินแกรนิตทั้งหลัง เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสถาปนาเมืองนครราชสีมาและวัดพายัพขึ้น พระอุโบสถหินอ่อนหลังนี้จะมีความงดงามมากแห่งหนึ่งในภาคอีสาน และจะเป็นเกียรติประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะวัฒนธรรมที่มีคุณค่า และเป็นแหล่งแสวงบุญที่สำคัญตลอดไป การก่อสร้างวัดพายัพ โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับสร้างเมืองนครราชสีมา ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ประมาณ พ.ศ.๒๒๒๐ โดยวัดนี้เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้าง จึงมีฐานะเป็นพระอารามหลวงมาแต่แรก แต่เนื่องจากไม่ปรากฏมีหลักฐานการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง เมื่อราชวงศ์กรุงศรีอยุธยาสิ้นสุดลง เปลี่ยนเป็นกรุงธนบุรีและราชวงษ์จักรี วัดพายัพก็ขาดสถานะภาพจากวัดหลวง กลายเป็นวัดราษฎร์เรื่อยมา

การสถาปนาพระอารามหลวง ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ วันอาทิตย์แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๗ ปีชวด เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ดำเนินการคัดเลือกวัดทั่วราชอาณาจักรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์กำหนด และในการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ มีมติเห็นชอบให้ยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ จำนวนทั้งหมด ๙ วัด จากทั่วประเทศ จึงมีประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดพายัพ ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๔๐ ง วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๑

๒. ลักษณะพื้นที่ที่ตั้งวัดพายัพ ตั้งอยู่ในศูนย์กลางเมืองนครราชสีมา ทางด้านทิศพายัพของเสาหลักเมือง จึงตั้งชื่อวัดตามทิศว่า “วัดพายัพ” รอบๆวัดเป็นบ้านพักอาศัยของประชาชน บ้านพักส่วนราชการ และการประกอบอาชีพธุรกิจการค้าขาย ที่วัดแบ่งเป็น เขตพุทธาวาส ๒ ไร่, เขตธรรมาวาส ๒ ไร่, เขตสังฆาวาส ถนน สนามหญ้า ๓ ไร่, เขตที่จัดประโยชน์ฯ ให้เช่าอยู่อาศัย ๕ ไร่, พื้นที่สระน้ำ ปลูกต้นไม้ ๓ ไร่ รวมเนื้อที่วัด ๑๕ ไร่ ๖๙ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๑๙๒ เมตร จรดถนนพลแสน รอบเมืองชั้นใน ทิศใต้ยาว ๑๙๕ เมตร จรดที่ดินเอกชน เลขที่ ๑๗ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒๑ ๒๒ ๒๔ ๒๕ ทิศตะวันออกยาว ๑๑๒ เมตร จรดที่ดินราชพัสดุ เลขที่ ๑๓ ๑๔ และถัดจากนั้นไปเป็นถนนจักรี ทิศตะวันตกยาว ๑๒๔ เมตร จรดถนนชุมพล และอนุสรณ์สถาน ท่านท้าวสุรนารี

๓. สภาพเดิมของวัดพายัพในอดีต ก่อนจะมาเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง สิ่งก่อสร้างภายในวัด คือ

๑. พระอุโบสถทรงเรือสำเภาสมัยอยุธยาตอนปลาย ๑ หลัง (ปัจจุบันได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเดิมที่ชุดโทรมไม่สามารถรักษาไว้ ได้ แต่ก็ยังคงรักษาศิลปะแบบเดิมเอาไว้ โดยเจ้าอาวาสวัดพายัพรูปปัจจุบันเป็นผู้ออกแบบควบคุมก่อสร้าง)

๒. ใบเสมาคู่หินแกะสลัก เขตสีมาพระอุโบสถหลังเก่า ศิลปะแบบลังกา (แสดงว่าวัดพายัพได้บูรณะใหม่ และได้นำศิลปะสมัยสุโขทัยมาบูรณะ) เพราะศิลปะแบบนี้มาจากลังกา เนื่องจากกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงได้ศึกษาพุทธศาสนามาจากประเทศลังกา (ใบเสมาทั้งหมดนี้ ได้นำไปปักเป็นเขตพุทธาวาสที่วัดป่าคูเมืองเก่า ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา)

๓. ภาพหน้าบันพระอุโบสถหลังเก่า เป็นภาพลายไม้แกะสลัก วัดพายัพได้ทำการรื้อพระอุโบสถหลังเก่า และได้สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนในปัจจุบัน จึงได้มอบภาพหน้าบันแกะสลักไม้นี้ให้ไว้ประจำที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อประกอบการศึกษา

๔. หอไตรทรงไทย สร้างด้วยไม้สองชั้น ๑ หลัง และรื้อออกใช้เป็นที่สร้างหอระฆังในปี พ.ศ.๒๕๒๒

๕. กุฏิสงฆ์ทรงไทย เป็นไม้มีใต้ถุน ๑ หลัง และได้รื้อออกใช้เป็นที่สร้างศาลาการเปรียญปัจจุบัน

๖. มีสระน้ำชาวบ้านใช้บริโภคได้จำนวน ๕ สระ ได้ถูกถมทิ้งก่อนจะเริ่มการพัฒนาวัดปัจจุบันเหลือเพียงสระเดียวและทั่ว บริเวณวัดเป็นลานพื้นดินมีต้นมะพร้าวและบ้านเรือนชาวบ้านปลูกอาศัยอยู่จำนวน มาก เมื่อเริ่มทำการพัฒนาวัดได้ให้รื้อออกไปสร้างในที่จัดประโยชน์ของวัด

๗. รั้ววัดเป็นรั้วสังกะสีทั้งหมดและได้เริ่มสร้างเป็นรั้วคอนกรีตเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๒

๘.โรงครัวเดิมอยู่ข้างกุฏิไม้เมื่อรื้อกุฏิไปจึงได้สร้างโรงครัวใหม่ต่อกับ ชั้นล่างของห้องสมุดและศาลาการเปรียญด้านทิศตะวันตกเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗

๔. ความสำคัญของวัดพายัพในทางประวัติศาสตร์และสังคม

๑. เป็นวัดที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑

๒. เป็นวัดเก่าแก่ประจำจังหวัดนครราชสีมา สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนครราชสีมา ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง ตรงหัวมุมทิศทิศพายัพของเสาหลักเมืองนครราชสีมา

๓. เป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสถาปนาเมืองนครราชสีมา และสร้างวัดพายัพขึ้น เมื่อ พ.ศ.๒๒๒๐ และปี ๒๕๕๐ วัดพายัพมีอายุครบ ๓๓๐ ปี

๔. เป็นวัดที่เคยมีอดีตเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาเป็นเจ้าอาวาสคือ พระศรีวราภรณ์ (พิศวง พุทฺธสโร ป.ธ.๙)

๕. เป็นวัดที่เคยถวายการต้อนรับเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒนมหาเถร) วัดบวรนิเวศ เสด็จมาประทานสัญญาบัตร-พัดยศ-ผ้าไตร แก่พระสังฆาธิการในเขตปกครองสงฆ์หนตะวันออก ภาค ๑๐-๑๑-๑๒ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖

๖. เป็นวัดที่ได้รับประกาศตั้งให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของกรมการศาสนา พ.ศ.๒๕๐๙

๗. เป็นวัดที่ได้รับใบประกาศและพัดรองให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างดีเด่น พ.ศ.๒๕๒๖

๘. เป็นวัดที่ได้รับใบประกาศและพัดรองให้เป็นสำเรียนตัวอย่างดีเด่น พ.ศ.๒๕๒๖

๙.เป็นวัดที่ได้รับการตั้งให้เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒

๑๐.เป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางในการให้บริการแก่คณะสงฆ์และส่วนราชการในการจัด ประชุมถวายความรู้แก่พระสังฆาธิการ ผู้บริหารคณะสงฆ์ ตั้งแต่ระดับวัด-ภาค ในช่วง พ.ศ.๒๕๒๙-๒๕๕๑ ได้จัดอบรมแล้วรวมจำนวนกว่า ๗๐,๐๐๐ รูป

๑๑. เป็นวัดที่ให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง การพิมพ์หนังสือแจก การทำสื่อ เทป ซีดีเรื่องชาวพุทธต้องรู้ แจกจ่าย และจัดสัมมนาอบรมศีลธรรมคุณธรรมให้แก่ ข้าราชการ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมจำนวนเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน และปัจจุบันมีนักเรียน นักศึกษา มารับการอบรมธรรมะทุกวันตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์

๑๒. เป็นวัดที่ได้รับประกาศให้เป็นวัดเขตปลอดเหล้าบุหรี่และอบายมุขทุกชนิดอย่างถาวร เฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษามหาราช

๑๓. เป็นวัดที่จัดโครงการอุปสมบทหมูเฉลิมพระเกียรติทุกปี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสมหามงคล เริ่มจัดตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๖-๒๕๕๑ รวม ๙ รุ่นๆ ละประมาณ ๘๐-๑๐๐ รูป

๑๔. เป็นวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและพระพุทธศาสนา คือมีถ้ำหินงอกหินย้อย มีพระพุทธรูปโบราณศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า ๓๐๐ ปีจำนวนหลายองค์ประดิษฐานอยู่ในถ้ำ มีพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญของทุกภาคในประเทศไทย ซึ่งวัดพายัพได้ขออนุญาตจัดสร้างจำลองไว้ ๙ องค์ ๙ วัด ๙ จังหวัด มีประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ นักท่องเที่ยวเดินทางมาทัศนศึกษาเยี่ยมชม มาทำบุญไหว้พระ ทุกวัน

๕. ที่ดินทรัพย์สินของวัดพายัพ

๑. แปลงที่ ๑ (โฉนด น.ส.๔ จ) โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๓ เล่ม ๕ หน้า ๗๓ เลขที่ดิน ๑๒ หน้าสำรวจ ๔๗๓ ในหมู่บ้านที่ ๙ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ๑๕ ไร่ – งาน ๖๙ ตารางวา เป็นสถานที่ตั้งวัดพายัพ

๒. แปลงที่ ๒ (โฉนด น.ส.๓) โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๗๕ เล่มที่ ๕ หน้า ๗๕ เลขที่ดิน ๑๘ หน้าสำรวจ ๔๗๕ ในหมู่บ้านที่ ๙ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ – ไร่ – งาน ๕๒ ตารางวา เป็นที่ธรณีสงฆ์วัดพายัพ ตั้งอยู่ติดที่ดินวัดพายัพ มุมทิศตะวันออกเฉลียงใต้

๓. แปลงที่ ๓ (โฉนด น.ส.๔ ง) โฉนดที่ดินเลขที่ ๕๙๐๔๗ เล่ม ๕๙๑ หน้า ๔๗ เลขที่ ๓๔๒ หน้าสำรวจ ๓๓๖๑ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ ๖๘ ตารางวา เป็นที่ธรณีสงฆ์วัดพายัพ ตั้งอยู่ถนนจักรี อำเภอเมืองนครราชสีมา

๔. แปลงที่ ๔ (โฉนด น.ส.๔ ง) โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๙๐๗๖ เล่ม ๔๙๑ หน้า ๗๖ เลขที่ดิน ๕๒๓ หน้าสำรวจ ๑๒๕๒ ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ ๘๐ ไร่ ๑ งาน ๘๕ ตารางวา เป็นที่ธรณีสงฆ์วัดพายัพ ตั้งอยู่ที่บ้านปูน ตำบลจอหอ

๕. แปลงที่ ๕ ที่ดิน สปก. มีเนื้อที่ ๓๘๔ ไร่เศษ ตำบลซับใหญ่ อำเภอซับใหญ่ จังหวัดชัยภูมิ เป็นที่ตั้งสถาบันพระสังฆาธิการวัดพายัพซับใหญ่

๖. เสนาสนะสิ่งก่อสร้างภายในวัดพายัพปัจจุบัน

๑. พระอุโบสถ อยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้างใหม่ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๐ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๗.๙๐ เมตร งบประมาณ ๔๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดย พระราชวิมลโมลี (ดำรง ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพายัพรูปปัจจุบัน เป็นผู้ออกแบบเขียนแปลนและควบคุมดำเนินการก่อสร้างทุกขั้นตอน เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทรงเรือสำเภาสมัยอยุธยา ใช้วัสดุหินอ่อนทั้งหลัง มุ่งเน้นการสร้างให้เป็นปริศนาสอนธรรมดุจเรือสำเภาที่ขนส่งสรรพสัตว์ข้าม ห้วงทะเล คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไปให้ถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน และพระอุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระ นารายณ์มหาราช ผู้ทรงสถาปนาสร้างเมืองนครราชสีมา และทรงให้สร้างวัดพายัพขึ้นภายในกำแพงเมืองชั้นใน

๒. ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๘.๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ๒ ชั้น ชั้นล่างเป็นหอฉัน และใช้บำเพ็ญกุศลทั่วไป ชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการเรื่องนรก-สวรรค์-พรหม ตามหนังสือภาพไตรถูมิพระร่วง

๓. หอสวดมนต์ ไม่มี ใช้หอประชุมสงฆ์แทน

๔. กุฏิสงฆ์ มีจำนวน ๔ หลัง คือ

๔.๑ หลังที่ ๑ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ชื่อกุฏินางกิมนึ้ง ชิ้นในเมือง กว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยพื้นไม้ ๒ ชั้น จำนวน ๓๔ ห้องนอน
๔.๒ หลังที่ ๒ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ ชื่อกุฏินางมาลี ตรีสุคนธ์ กว้าง ๕.๒๐ เมตร ยาว ๑๑.๔๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยพื้นไม้ ๒ ชั้น
๔.๓ หลังที่ ๓ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ กว้าง ๔.๗๐ เมตร ยาว ๖ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุค
๔.๔ หลังที่ ๔ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ ชื่อกุฏิเอกา กว้าง ๓ เมตร ยาว ๕ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุค

๕. กุฏิเจ้าอาวาส ๑ หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ ชื่อกุฏิวายุภักษ์ กว้าง ๘.๕๐ เมตร ยาว ๑๗ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ๓ ชั้น ช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ปั้นเป็นรูกนกวายุภักษ์ (นกกินลม เป็นนกประจำทิศพายัพ) ชั้นล่างกุฏิเป็นถ้ำหินงอกหินย้อย

๖. ศาลาอเนกประสงค์ ไม่มี ใช้หอประสงฆ์แทน

๗. หอประชุมสงฆ์จังหวัดนครราชสีมา กว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๔๓.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๗ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย

๘. ศาลาบำเพ็ญกุศล ไม่มี

๙. ฌาปนสถาน ไม่มี (วัดที่ตั้งอยู่ในเขตคูเมืองเก่าทั้ง ๖ วัด ไม่มีเมรุเผาศพ เพราะเป็นความเชื่อและประเพณีมาแต่โบราณของเมืองนครราชสีมา เมื่อมีผู้เสียชีวิตในภายตัวเมือง จะนำศพออกไปฝังหรือเผา นอกกำแพงเมือง โดยนำออกไปทางประตูผี หรือประตูไชยณรงค์เท่านั้น)

๑๐. หอระฆังทรงบุษบก กว้าง ๕ เมตร ยาว ๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงบุษบกซึ่งดัดแปลงมาจากหอระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพฯ โดย พระศรีธรรมาภรณ์ (ดำรง ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพายัพ เป็นผู้ออกแบบควบคุมการก่อสร้าง

๑๑. หอกลอง สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างต่อเติมให้เป็นหน้ามุขประตูศาลาหอฉัน

๑๒. เรือนรับรอง ไม่มี

๑๓. โรงครัว จำนวน ๑ หลัง กว้าง ๑๒.๒๐ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๗ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุค

๑๔. เรือนเก็บพัสดุ กว้าง ๖ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุค

๑๕. ห้องสมุดปริยัติปกรณ์ ใช้เป็นอาคารเรียนพระปริยัติธรรม กว้าง ๒๔.๓๐ เมตร ยาว ๑๗.๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๑ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ๒ ชั้น

๑๖. หอพระธรรมจักร กว้าง ๑๗.๓๐ เมตร ยาว ๑๗.๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุครูประฆังยอดโดมติดวงล้อพระธรรมจักร เพื่อประกาศว่าวัดพายัพเป็นศูนย์ประกาศพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร มีลักษณะ ๑๒ เหลี่ยมหมายถึงอริยสัจจ์ ๔ แบ่งเป็นอาการ ๑๒ โดย พระศรีธรรมาภรณ์ (ดำรง ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดพายัพ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

๑๗. อาคารประชาสัมพันธ์หน้าวัด กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๑๗ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุค

๑๘. อาคารสำนักงานสำนักศาสนศึกษาวัดพายัพ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ เป็นอาคารคอนกรีตเสริเหล็ก ทรงประยุค

๑๙. ห้องสุขา จำนวน ๑๕ ห้อง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (ขณะนี้ทรุดโทรมมาก อยู่ในระหว่างโครงการสร้างใหม่ จำนวน ๒๐ ห้อง เพื่อรับนักท่องเที่ยว)

๒๐. ซุ้มประตูป้ายวัดพายัพ กว้าง ๕ เมตร มี ๒ ประตู คือ ด้านติดถนนชุมพล สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๒ และด้านถนนพลแสน สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔ เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยแบบ “เสาตะลุงล่ามช้าง” ยอดเสาลูกแก้วเม็ดทรงมัณฑ์เสากลมเรียบ ติดตราวัด ป้ายชื่อวัดพายัพขนาดใหญ่ ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และ อังกฤษ ประตูเปิด-ปิดเป็นเหล็กดัดอัลลอยล์

๒๑. กำแพงรั้ววัด เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๒ รวมจำนวน ๒๐๘ ช่อง เป็นกำแพงคอนกรีตติดลูกกรงทรงโบราณ

๘. ปูชนียวัตถุ โบราณวัตถุ ภายในวัดพายัพ

๑. พระบรมสารีริกธาตุ อัญเชิญมาจากมกุฏพันธนเจดีย์ ประเทศอินเดีย และวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล

๒. พระพุทธโคดม (หลวงพ่อเพชร) ปางสมาธิ ศิลปะสมัยทวาราวดี พ.ศ.๑๔๐๐ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๖๐ ซม. สูง ๙๐.๕ ซม. (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๓. พระพุทธทีปังกร (หลวงพ่อพลอย) ปางสมาธิ มีฐานรอง ศิลปะสมัยทวาราวดี พ.ศ.๑๔๐๐ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง ๖๐ ซม. สูง ๙๐.๕ ซม. (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๔. พระพุทธอุลลุกมณี (หลวงพ่อขนมต้ม) ปางมารวิชัย ศิลปะสมัยคุปตะ-อมราวดีราว พ.ศ. ๑๐๐๐ เนื้อหินทรายดำ ข้างในองค์พระมีแร่อุลลุกมณี ซึ่งถูกคนร้ายเจาะด้านหลังเอาไป หน้าตักกว้าง ๔๕ ซม. สูง ๕๔ ซม. (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๕. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายแดงแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดีผสมเชียงแสน สูง ๑๔๕ ซม. พระหัตถ์ชำรุด (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๖. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี สูง ๑๗๕ ซม. พระหัตถ์ชำรุด (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๗. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายแดงแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดีผสมเชียงแสน ลงรักปิดทอง สูง ๑๒๐ ซม. พระหัตถ์ชำรุด (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๘. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี ลงรักปิดทอง สูง ๙๐ ซม. ใส่พระเศียรองค์อื่นแทน (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๙. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี สูง ๑๐๐ ซม. มีลายจีบที่ผ้าสบง ไม่มีพระเศียร (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๐. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี สูง ๑๐๐ ซม. ไม่มีพระเศียร (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๑. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี สูง ๑๑๐ ซม. ไม่มีพระเศียร (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๒. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี สูง ๘๖ ซม. ไม่มีพระเศียร (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๓. พระพุทธรูปปางสมาธินาคปรก วัสดุหินทรายดำแกะสลัก ศิลปะลพบุรี-เขมร ราว พ.ศ. ๑๕๐๐ หน้าตักกว้าง ๔๐.๖ ซม. สูง ๗๕ ซม. เศียรนาคชำรุด (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๔. พระพุทธรูปปางสมาธินาคปรก วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดี-เขมร ราว พ.ศ. ๑๖๐๐ หน้าตักกว้าง ๔๐. ซม. สูง ๘๕ ซม. ฐานพญานาคชำรุด (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๕. พระพุทธรูปปางสมาธินาคปรก วัสดุหินทรายดำแกะสลัก ศิลปะสมัยทวารวดี หน้าตักกว้าง ๓๕ ซม. สูง ๕๘ ซม. เศียรนาคชำรุด (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๖. พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ วัสดุไม้ประดู่แกะสลัก ทรงเครื่องประดับ ศิลปะอยุธยา-อู่ทอง ราว พ.ศ.๒๒๐๐ สูง ๙๐ ซม. แท่นกว้าง ๒๐ ซม. (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๗. พระพุทธสาวก ปางนมัสการ วัสดุไม้ประดู่แกะสลัก ลงรักปิดทอง ศิลปะอยุธยา-อู่ทอง ราว พ.ศ. ๒๒๐๐ สูง ๑๖๕ ซม. (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๑๘. พระพุทธรูปปางห้ามญาติ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดีผสมเขมร สูง ๗๒ ซม. พระหัตถ์ชำรุดทั้ง ๒ ข้าง

๑๙. พระพุทธรูปปางประทับยืนโปรดพระญาติ พระหัตถ์ทำวงกลมทั้ง ๒ ข้าง วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดีผสมเขมร สูง ๑๖๒ ซม.

๒๐. พระพุทธรูปปางประทับยืนโปรดพระญาติ พระหัตถ์ทำวงกลมทั้ง ๒ ข้าง วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดีผสมเขมร สูง ๑๘๐ ซม.

๒๑. พระพุทธรูปปางประทับยืนเทศนา พระหัตถ์ซ้ายทำวงกลม วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดีผสมเขมร สูง ๑๑๗ ซม. ประดับมรกตที่พระเกต

๒๒. พระพุทธรูปปางประทับยืนเทศนา พระหัตถ์ซ้ายทำวงกลม วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดีผสมเขมร สูง ๑๗๗ ซม. ประดับมรกตที่พระเกต

๒๓. พระพุทธรูปปางเทศนาประทับห้อยพระบาท วัสดุหินทรายเหลืองแกะสลัก ศิลปะเขมร สูง ๗๘ ซม.

๒๔. พระพุทธสาวก ปางนมัสการ วัสดุหินทรายขาว ศิลปะเขมร สูง ๑๔๘ ซม.

๒๕. พระพุทธรูปปางสีหไสยาสน์ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะทวารวดีผสมเขมร ยาว ๑๖๕ ซม. สูง ๕๕ ซม.

๒๖. พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ไม่มีปัญจวัคคีย์ วัสดุปูนหล่อพิมพ์ ศิลปะจำลองจากอินเดีย หน้าตักกว้าง ๒๔ ซม. สูง ๔๒ ซม. พบที่วัดพายัพ พ.ศ. ๒๕๐๘ ไม่ทราบผู้สร้าง

๒๗. พระพุทธรูปปฐมเทศนาปางห้อยพระบาท เป็นพระประธานหอประชุมสงฆ์ หน้าตักกว้าง ๕๓ นิ้ว ลงรักปิดทอง วัสดุหล่อทองเหลือง จำลองจากพิพิธภัณฑ์สารนาถอินเดีย

๒๘. พระพุทธรูปปางเทศนาห้อยพระบาท เป็นพระประธานพระอุโบสถ ลงรักปิดทอง สูง ๓ เมตร ๙ นิ้ว วัสดุหล่อทองเหลือง จำลองจากถ้ำอชันตาประเทศอินเดีย

๒๙. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย วัสดุหล่อทองสำริด หน้าตัก ๑๗ นิ้ว

๓๐. พระพุทธชินราชจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๑. พระพุทธ หลวงพ่อวัดไร่ขิงจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๒. พระพุทธสิหิงค์จำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๓. พระพุทธโสธรจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๔. พระพุทธ หลวงพ่อวัดบ้านแหลมจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๕. พระพุทธเมตตาจำลอง วัดสุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๖. พระพุทธหลวงพ่อทองจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๗. พระพุทธ หลวงพ่อพระใสจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๘. พระพุทธมงคลบพิตรจำลอง วัสดุหล่อทองเหลือง หน้าตัก ๑๙ นิ้ว

๓๙. ตู้พระธรรม ปิดทองลายรดน้ำ บานประตูรูปนางกินรี วัสดุไม้ประดู่ ศิลปะรัตนโกสินทร์ หน้ากว้าง ๘๔ ซม. ด้านข้างกว้าง ๗๔ ซม. สูง ๑๙๗ ซม. ไม่มีบานประตู ๑ บาน (กรมศิลป์ขึ้นทะเบียน)

๔๐. วงล้อพระธรรมจักร มีแท่นกวางหมอบ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะเขมร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๔๗.๕ ซม. สูง ๒๓๐.๕ ซม.

๔๑. วงล้อพระธรรมจักร มีแท่นกวางหมอบ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะเขมร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๖๒ ซม. สูง ๑๑๒ ซม.

๔๒. พระวิศนุอนันตศายี (พระนารายณ์บรรทมสินธุ์) วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะเขมร กว้าง ๗๗ ซม. ยาว ๑๗๒ ซม. หนา ๒๐ ซม.

๔๓. นางตาราโพธิสัตว์ (เทพอัปสร) ยืนแบกดอกบัว วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะเขมร สูง ๑๕๔ ซม.

๔๔. นางตาราโพธิสัตว์ (เทพอัปสร) ยืนถือดอกบัว วัสดุหินทรายขาวแกะสลักอาบสี ศิลปะเขมร สูง ๑๒๔ ซม.

๔๕. พระวิฆเณศ วัสดุหินทรายขาวแกะสลัก ศิลปะเขมร หน้าตักกว้าง ๓๒ ซม. สูง ๕๕ ซม.

๔๖. ต้นพระศรีมหาโพธิ์จากเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ ประเทศอินเดีย โดยท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณกมหาเถร) เป็นผู้ปลูก เมื่อปี ๒๕๒๗ อยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ

๔๗. อนุสาวรีย์พระศรีวราภรณ์ (พิศวง พุทฺธสโร ป.ธ.๙) อดีตเจ้าอาวาสวัดพายัพและอดีตคณะจังหวัดนครราสีมา เป็นรูปเหมือน หล่อด้วยทองเหลืองขนาดเท่าองค์จริง

๙. ถ้ำหินงอก หินย้อย สิ่งมหัศจรรย์
แหล่งท่องเที่ยวภายในวัดพายัพ ถ้ำหินงอก หินย้อย สร้างเมื่อปี ๒๕๓๓ โดย พระราชวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดพายัพ ได้ไปหาหินลูกนิมิตขนาดใหญ่ หินประดับสวน และหินอ่อนปูพระอุโบสถ ไปพบหินงอกหินย้อยที่คนงานระเบิดภูเขานำมาตั้งโชว์ไว้หน้าบ้าน
อยู่ที่บ้านเขาวง ต.หน้าพระลาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี สอบถามชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า ได้เก็บหินเหล่านี้มาจากบริเวณระเบิดหินภูเขา ซึ่งรัฐบาลให้สัมปทานแก่บริษัทโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ พวกเขาเป็นคนงานเจาะรูฝังไดนาไมค์ระเบิดหินที่ภูเขามาหลาย ๑๐ ปีแล้ว และยังทำอยู่ปัจจุบัน
เมื่อระเบิดเปิดหน้าเขาออก บางครั้งก็พบโพรงถ้ำ ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อย สีสันสวยงามจำนวนมาก หินเหล่านี้เป็นสมบัติอันล้ำค่าทางธรรมชาติที่หาดูยากอย่างยิ่ง ได้ถูกระเบิดทำลายแตกหักเสียหายไปหมด น่าเสียดายอย่างยิ่ง เมื่อคนงานระเบิดหินแล้วคัดเอาหินไปทำปูนซีเมนต์ หินงอกหินย้อยสีต่างๆ ที่ถูกระเบิดออกแตกหักเสียหายใช้ทำอะไรไม่ได้
โรงงานก็ไถทิ้งลงเหวหรือถมทิ้ง เก็บไว้ก็ไม่มีคนซื้อ หินงอกหินย้อยเหล่านี้จึงถูกทำลายทิ้งไป ทั้งๆ ที่เป็นหินมีความสวยงาม มีรูปร่างสีสันวิจิตรพิสดารตามธรรมชาติ เป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดิน ควรที่จะเก็บรักษาไว้ แต่ไม่มีใครเห็นคุณค่าเก็บรักษา และถูกทำลายทิ้งไป เห็นแล้วก็รู้สึก เสียดาย จึงได้สอบถามคนงานว่าหินเหล่านี้มีมากแค่ไหน คนงานเล่าว่าเมื่อระเบิดไปก็เจอเรื่อยๆ แสดงว่ามีหินย้อยอีกจำนวนมากที่จะต้องถูกระเบิดทำลายทุกวัน
ตราบใดที่ประเทศไทยยังทำปูนซีเมนต์ด้วยหินปูน ภูเขาก็จะต้องถูกระเบิดต่อไปจนหมดแน่ ถ้าหากมีผู้คิดจะเอาหินงอกหินย้อยเหล่านี้ไปสร้างถ้ำขนาดใหญ่ขึ้นมาใหม่ก็ น่าจะทำได้ และเมื่อไม่มีผู้เก็บรักษา ไม่มีหน่วยงานของรัฐช่วยดูแล วัดพายัพจึงคิดสร้างถ้ำขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก
เพื่อเก็บรักษาหินงอกหินย้อยเหล่านี้ไว้ให้ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ผู้แสวงบุญ ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้มาเที่ยวชม มาทัศนศึกษา ดังนั้น พระราชวิมลโมลี จึงได้สร้างกุฏิวายุภักษ์ที่ทำงานของเจ้าอาวาสขึ้น และออกแบบชั้นล่างให้เป็นถ้ำหินงอกหินย้อย โดยออกแบบเขียนแปลนคำนวณให้สามารถรับน้ำหนักหินได้ และควบคุมการก่อสร้างเองทุกขั้นตอน
พร้อมกับขอซื้อหินงอกหินย้อยจากคนงานระเบิดเขา ที่บ้านเขาวง ต. หน้าพระลาน อ.พระพุทธบาท จ. สระบุรี เมื่อได้หินมาแล้วก็ทำการคัดแยกกลุ่มหิน ประเภทสีของหิน เพื่อจัดหินให้เข้ากันได้ ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำมะกรูด ใช้สว่านเจาะแกลนหินทุกก้อน แล้วใส่กาว บราโว่ จากประเทศอิตาลี ฝังเหล็กขนาด ๒-๓ หุนเข้าไปในแกลนกลางหิน ตามจำนวนขนาดน้ำหนักของหิน เมื่อแห้งแล้วก็ใช้แรงคนงาน พระภิกษุสามเณร ช่วยกันยกติดตั้ง เกาะแขวนห้อยติดกับเพดานซึ่งออกแบบไว้เพื่อรับน้ำหนักหินโดยเฉพาะ โดยเทพื้นเพดานด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก แล้วเสียบห้อยเหล็กลงมาไว้ เพื่อให้สามารถยกหินขึ้นห้อยแขวนติดตั้ง เชื่อมด้วยไฟฟ้า แล้วอุดปูนซีเมนต์เสริมแซมแต่งรอยต่อด้วยหินก้อนเล็กๆ จนเต็มพื้นที่ ทั้งเสา เพดาน ฝาผนัง
แต่งฐานแท่นที่ตั้งองค์พระพุทธรูปโบราณ และคัดเลือกหินที่เป็นคริสตัล เป็นแก้วสีใสที่มีความสวยงามพิเศษส่วนหนึ่งใส่ไว้ในตู้กระจก ไว้ให้ดูได้อย่างใกล้ชิด ขนาดพื้นที่ถ้ำ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สูง ๓ เมตร เป็นกุฏิทรงไทย ๒ ชั้นครึ่ง ชั้นบนเป็นที่ทำงานของเจ้าอาวาส สร้างปี ๒๕๓๓ เสร็จปี ๒๕๓๖ รวมมูลค่าก่อสร้างทั้งหลัง จำนวน ๔,๗๓๐,๐๐๐ บาท
เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เสด็จเยี่ยมชมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ภายในถ้ำแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้รับมอบและอัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย-เนปาล และที่เป็นที่เก็บรักษาพระพุทธรูปโบราณ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ จำนวนหลายองค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินทราย ศิลปะทวารวดี ลพบุรี อายุกว่า ๓๐๐ ปี
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมอยู่ในพระอุโบสถหลังเก่าวัดพายัพ เปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ มาเที่ยวชม นมัสการ ทำบุญไหว้พระ หรือมาถวายสังฆทาน เจริญสมาธิภาวนา และใช้เป็นห้องอบรมศีลธรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ทุกระดับ และประชาชนทั่วไป ทุกวัน
ถ้ำหินงอกหินย้อยวัดพายัพแห่งนี้ บัดนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ภาคภูมิใจของชาวโคราชอีกแห่งหนึ่ง มีคนจากทั่วโลกมาเที่ยวชม การเดินทางไปมาสะดวก อยู่ติดบริเวณอนุสรณ์สถานท่านท้าวสุรนารี รถเมล์ทุกสายผ่านหน้าวัดพายัพ ไม่เสียค่าเข้าชมใดๆ แล้วท่านจะทำบุญ
ขอเชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมา ได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ แวะไปเยี่ยมชม ทำบุญไหว้พระ ถวายสังฆทาน เจริญสมาธิ สนทนาธรรม อบรมธรรมะ ได้ทุกวัน

หน้าต่อไป

Comments are closed.

เจ้าอาวาสวัดพายัพ
    เจ้าอาวาสวัดพายัพ

    พระครูปลัดสถาพร
ชาวพุทธต้องรู้
    Flash required
เพื่อนบ้าน